เกี่ยวกับโครงการ

  • พิมพ์
  • facebook
  • twitter

โครงการระบบขนส่งทางรถไฟเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิและสถานีขนส่งผู้โดยสารอากาศยานในเมือง (Suvarnabhumi Airport Rail Link and City Air Terminal)มีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริการรับ-ส่งผู้โดยสารภายในเมืองที่จะเดินทางไปยังท่าอากาศยานได้สะดวก รวดเร็ว และคล่องตัว ระบบรถไฟฟ้านี้ให้บริการด้วยความเร็ว 160 กม./ชม.วิ่งบนทางยกระดับเลียบทางรถไฟสายตะวันออก ระยะทางประมาณ 28 กม. ผ่าน 8 สถานีีและรองรับผู้โดยสารได้จำนวน 14,000 ถึง 50,000 คน : วัน : ทิศทาง

ผู้โดยสารที่จะเดินทางไปท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ สามารถเลือกใช้บริการได้ 1 ระบบ คือ

  • รถไฟฟ้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (SA City Line)

  • ตามที่รัฐบาลได้ดำเนินการก่อสร้างท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เพื่อให้เป็นประตูในการเดินทาง เข้าสู่ประเทศไทย และเป็นศูนย์กลางคมนาคมทางอากาศในภูมิภาค ที่มีขีดความสามารถในการ ให้บริการเทียบเท่ากับสนามบินนานาชาติชั้นนำของโลก ซึ่งเปิดให้บริการเมื่อวันที่ 28 กันยายน 2549 นั้น

    เพื่อที่จะให้ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิมีความสมบูรณ์แบบในระดับนานาชาติ รัฐบาลจึงเห็นควร ให้มีระบบรถไฟด่วนเชื่อมระหว่างพื้นที่ใจกลางเมืองของกรุงเทพมหานครกับท่าอากาศยาน สุวรรณภูมิ เป็นการอำนวยความสะดวกแก่ผู้โดยสารที่จะมาใช้บริการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ให้สามารถเดินทางได้ในเวลาอันรวดเร็ว ตรงต่อเวลา และเชื่อถือได้

    คณะรัฐมนตรีในคราวประชุมเมื่อวันที่ 23 กันยายน 2546 เห็นชอบตามมติที่ประชุม คณะกรรมการบริหารการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (กทภ.) ครั้งที่ 3/2546 เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2546 ให้การรถไฟแห่งประเทศไทย ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาทำการศึกษาความเหมาะสม ในการลงทุนของโครงการและเสนอแนะรูปแบบในการให้เอกชนร่วมลงทุนโครงการรถไฟ สายพญาไท-มักกะสัน-สนามบินสุวรรณภูมิ ในวงเงินค่าจ้าง 20 ล้านบาท โดยเริ่มดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2546 กำหนดแล้วเสร็จในระยะเวลา 120 วัน

    คณะรัฐมนตรีในคราวประชุมเมื่อวันที่ 11 พฤศจิกายน 2546 เห็นชอบตามมติที่ประชุม คณะกรรมการบริหารการพัฒนาท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ (กทภ.) ครั้งที่ 4/2546 เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2546 ให้การรถไฟแห่งประเทศไทยว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาทำการออกแบบ รายละเอียดทางวิศวกรรมโครงการทางรถไฟ สายพญาไท-มักกะสัน-สนามบินสุวรรณภูมิ ในวงเงินค่าจ้าง 291 ล้านบาท โดยเริ่มดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2547 กำหนดแล้วเสร็จในระยะเวลา 240 วัน

    คณะรัฐมนตรีได้มีมติเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2547 อนุมัติให้การรถไฟแห่งประเทศไทย ดำเนินการก่อสร้างโครงการ ระบบขนส่งทางรถไฟเชื่อมท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และสถานีรับส่งผู้โดยสารอากาศยานในเมือง ในวงเงินรวม 30,000 ล้านบาท โดยรวมมูลค่าการก่อสร้างอุโมงค์ใต้อาคารผู้โดยสารสนามบินสุวรรณภูมิ จำนวนเงิน 4,082.973 ล้านบาท โดยจะคืนให้แก่บริษัท ท่าอากาศยานสากลกรุงเทพแห่งใหม่ จำกัด (บทม.) ซึ่งเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างล่วงหน้าไปก่อน เพื่อให้งานก่อสร้างอาคารผู้โดยสารสนามบินดำเนินต่อไปได้

  • การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้ดำเนินการประกวดราคาจ้างก่อสร้างโครงการฯ โดยกำหนดยื่นซองประกวดราคาเมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2547 จนได้ผู้ชนะการประกวดราคา
    รับจ้างก่อสร้าง ได้แก่ กลุ่มกิจการร่วมค้า Consortium ซึ่งประกอบด้วย

    • บริษัท บี กริม อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
    • B.Grimm MBM Hong Kong Ltd.
    • บริษัท Siemens Aktiengesellschaft จำกัด
    • บริษัท ซีเมนต์ จำกัด
    • บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน)

    การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้ลงนามทำสัญญาจ้างก่อสร้าง ตามสัญญาเลขที่
    รฟท.ทภ.1/กส./1/2548 ลงวันที่ 20 มกราคม 2548 โดยมีราคาค่าจ้างก่อสร้างเป็นเงินจำนวน
    25,907,000,000.- บาท แบ่งเป็น

    • ค่าจ้างก่อสร้างงานโยธาและโครงสร้าง เป็นเงิน                12,284,000,000.- บาท
    • ค่าจ้างงานระบบ E&M และจัดหาตู้รถโดยสาร เป็นเงิน        13,623,000,000.- บาท
  • การรถไฟแห่งประเทศไทย ได้ดำเนินการคัดเลือกว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาและควบคุมงานก่อสร้าง
    ตามสัญญาเลขที่ รฟท.ทภ.1/ทปษ/1/2548 ลงวันที่ 10 มีนาคม 2548 ซึ่งประกอบด้วย

    • บริษัท เอเชี่ยน เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแตนส์ จำกัด
    • บริษัท ไทยเอนจิเนียริ่ง คอนซัลแตนทส์ จำกัด
    • บริษัท แปซิฟิค คอนซัลแทนส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด
    • บริษัท โชติจินดา มูเซล คอนซัลแตนท์ จำกัด
    • DE-Consult Dentsche Eisenbahn - Consulting Gmbh
    • บริษัท วิสิทธิ์ เอ็นจิเนียริ่ง คอนซัลแตนส์ จำกัด
    • บริษัท ดีไซน์ คอนเซป จำกัด
  • ระยะเวลาในการดำเนินการก่อสร้างทั้งโครงการไม่เกิน 990 วัน นับถัดจากวันที่ได้รับ
    หนังสือแจ้งให้เริ่มงาน โดยแบ่งเป็น

    • งานโยธาและโครงสร้าง งานระบบราง งานระบบไฟฟ้าและเครื่องกล
      และงานจัดหาตู้รถโดยสารไฟฟ้า แล้วเสร็จภายใน 900 วัน
    • งานทดสอบระบบรวม (Integrated System Testing) และการฝึกอบรมบุคลากร
      (Training) เพื่อดำเนินการบริการเดินรถแล้วเสร็จภายใน 90 วัน
  • สัญญาจ้างการก่อสร้างเป็นแบบ Maximum Guarantee Price หมายถึง
    จำนวนเงินค่าจ้างในการก่อสร้างโดยครอบคลุมงานทั้งหมด ตามแบบรายละเอียด
    และข้อกำหนดทางเทคนิค จะมีจำนวนปริมาณมากหรือน้อยอย่างไร ผู้รับจ้าง
    ต้องรับผิดชอบตามราคาในสัญญาจ้างก่อสร้าง โดยผู้รับจ้างจะเป็นผู้เสนอหาแหล่งเงินกู้เอง
    ซึ่งการรถไฟแห่งประเทศไทยจะเป็นผู้ออกหนังสือยินยอมจ่ายค่าจ้างให้แก่ผู้รับจ้าง
    ตามเนื้องานที่ก่อสร้างจริง ให้กับผู้รับจ้างนำไปเบิกเงินจากธนาคารที่กำหนดไว้
    และการรถไฟแห่งประเทศไทยจะเป็นผู้รับภาระค่าดอกเบี้ยที่เกิดขึ้นเองตามสัญญากำหนด
    ใช้อัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัวที่อัตราร้อยละ MLR-2 ต่อปี ตามอัตราเฉลี่ยที่กำหนดโดย
    สำนักงานใหญ่ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)
    ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน)
    โดยมีค่าธรรมเนียมทางการเงินรวมเป็นเงินทั้งสิ้น 1,666,214,700.- บาท โดยแบ่งเป็น

    1. ค่าธรรมเนียมในการจัดการทางด้านการเงิน เป็นเงิน        1,557,210,000.- บาท
    2. ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7% เป็นเงิน                                109,004,700.- บาท
  • จัดให้มีการเดินรถเป็น 2 ระบบ ดังนี้
    ระบบรถไฟฟ้าด่วนท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ SA Express (Suvarnabhumi Airport Express) เป็นระบบรถไฟฟ้าด่วนเชื่อมระหว่างสถานีรับส่งผู้โดยสารท่าอากาศยานในเมือง (City Air Terminal – CAT) ซึ่งตั้งอยู่ที่มักกะสันและปลายทางที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยจะจอดรับส่งผู้โดยสารเฉพาะสถานีต้นทางและปลายทางเท่านั้น มีระยะทางประมาณ 25 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางจากต้นทางถึงปลายทางไม่เกิน 15 นาที จำนวน 4 ขบวนๆ ละ 4 ตู้โดยสาร

    ระบบรถไฟท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ SA City Line (Suvarnabhumi Airport City Line) เป็นระบบรถไฟฟ้าที่บริการควบคู่กับรถไฟฟ้าด่วนท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ให้บริการระหว่างสถานีพญาไท ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อกับระบบรถไฟฟ้าบีทีเอส และสถานีปลายทางท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยจะจอดรับส่งผู้โดยสารตามสถานีปลายทางอีก 6 สถานี ซึ่งรวมถึงสถานีรับส่งผู้โดยสารท่าอากาศยานในเมืองด้วย มีระยะทางประมาณ 28 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางจากต้นทางถึงปลายทางไม่เกิน 30 นาที จำนวน 5 ขบวนๆ ละ 3 ตู้โดยสาร

  • ระบบของทางและอาคารสถานีเป็นรูปแบบทางรถไฟยกระดับและอาคารสถานีเกือบทั้งหมด ความสูงประมาณ 22 เมตร ยกเว้นช่วงก่อนเข้าสู่สถานีสุวรรณภูมิ จะเป็นทางวิ่งระดับพื้นดินและจะลดระดับลงสู่ใต้ดินที่สถานีสุวรรณภูมิ โดยใช้รางระบบ Standard Gauge ขนาดความกว้าง 1.435 เมตร กำหนดความเร็วของตัวรถ 160 กิโลเมตรต่อชั่วโมง
    อาคารสถานีทั้งหมด 8 สถานี ดังนี้

    • สถานีพญาไท
    • สถานีราชปรารภ
    • สถานีมักกะสัน (CAT)
    • สถานีรามคำแหง
    • สถานีหัวหมาก
    • สถานีทับช้าง
    • สถานีลาดกระบัง
    • สถานีสุวรรณภูมิ
  • งานโยธาและงานโครงสร้าง ประกอบด้วย

    • โครงสร้างทางยกระดับ
    • สถานียกระดับ 7 แห่ง
    • สถานีใต้ดิน (งานสถาปัตยกรรม และสิ่งอำนวยความสะดวก)
    • อาคารสถานีรับส่งผู้โดยสารท่าอากาศยานในเมือง (CAT)
    • โครงสร้างรองรับย่านจอดสับเปลี่ยนรถ
    • โรงซ่อมบำรุงและศูนย์ควบคุมการเดินรถ
    • สิ่งอำนวยความสะดวกในอาคาร เช่น บันไดเลื่อน ลิฟท์ ฯลฯ
    • งานถนนและปรับปรุงพื้นที่ต่อเชื่อม

    งานระบบรางและงานระบบไฟฟ้า-เครื่องกล

    • ระบบรางรถไฟฟ้า/แนวราง (Trackwork/Alignment)
    • ระบบอาณัติสัญญาณและระบบควบคุมการเดินรถ (Signaling & Train Control)
    • ระบบโทรคมนาคม (Communication)
    • ระบบจ่ายกำลังขับเคลื่อนด้วยพลังไฟฟ้า (Electrification)
    • ระบบจำหน่ายตั๋วอัติโนมัติ (Automatic Fare Collection)
    • ระบบชานชาลาประตูอัติโนมัติ (Platform Screen Door)
    • อุปกรณ์ซ่อมบำรุงรักษาในโรงซ่อมบำรุง (Depot and Workshop Equipment)
    • ระบบการตรวจบัตรโดยสารและระบบขนถ่ายกระเป๋า (Check-in Facilities and Baggage Handling System)

    งานจัดหาตู้รถโดยสารไฟฟ้า

    • รถไฟฟ้าด่วนท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ จำนวน 16 ตู้ (Suvarnabhumi Airport Express)
    • รถไฟฟ้าท่าอากาาศยานสุวรรณภูมิ จำนวน 15 ตู้ (Suvarnabhumi Airport City Line)
จำนวนผู้เข้าชม4920คน
วันที่อัพเดท : 24/12/2558

ให้คะแนนบทความ : 1.74 คะแนน